พระเอกที่ชื่อ อเล็กซิส & ธีโอ
TG.Thaigunners@gmail.com
+6696-293-9839

COLUMNISTS

พระเอกที่ชื่อ อเล็กซิส & ธีโอ

2285 28-9-2015 Share

อย่างที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ได้เคยหย่อนประโยคเอาไว้.. 

 

        ระหว่าง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กับ ธีโอ วัลค็อตต์ ต้องสลับกันลงเล่นตามความเหมาะสมไปตลอดทั้งซีซั่นนี้ เพราะต่างฝ่ายต่างเป็นนักเตะคนละสไตล์ แต่สามารถเติมเต็มกันและกันได้ตามที่ทีมพึงปรารถนา และ แน่นอนที่สุด กุนซือเลือดฝรั่งเศสตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้องอีกครั้งที่ คิง เพวเวอร์ สเตเดี้ยม
 
        จุดประสงค์หลักของการส่งผู้เล่นลงสนามในแต่ละเกม คนเป็นนายใหญ่ย่อมตระหนักดีถึงคุณภาพฝีเท้าและความสามารถของลูกน้องแต่ละคนที่มีอยู่ในมือ พร้อมกับวาดหวังให้แท็กติก, แผนการเล่น, ปัจจัยองค์ประกอบรายล้อมรอบด้านเป็นตัวผลักดันให้กลุ่มคนเหล่านี้เค้นฟอร์มที่ดีที่สุดออกมา โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จ
 
        เกมนี้ เวนเกอร์ ทำได้ และ เอาชนะ เคลาดิโอ รานิเอรี่ อย่างไร้ข้อสงสัย
 
        ไม่เถียง ชิรูด์ ถือว่าเป็นกองหน้าที่ดีแม้อาจไม่ใช่ขั้นระดับโลกก็ตาม หลายเสียงเย้ยหยันเขาว่าไม่ใช่นักเตะที่สโมสรจะฝากความหวังเอาไว้ได้ แต่ ชิรูด์ จัดเป็นกองหน้าที่ครองบอลดี เก็บบอลได้ และเชื่อมเกมร่วมกับเพื่อนๆ ได้ เป็นจุดแข็งของหมอนี่ตั้งแต่ไหนแต่ไร เชื่อว่าทุกคนในทีมคงอยากเล่นกับเขา
 
        กระนั้นก็ดี วาบความคิดผุดขึ้นทันทีหลังจากเห็น แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เริ่มแสดงท่าทีปวดแผนหลังเพราะก้มเก็บลูกบอลที่ก้นตาข่ายถี่ยิบ จากนาที 18, 33, 57, 81, 90 บางทีถ้ากองหน้าของอาร์เซน่อลนัดนี้เป็น ชิรูด์ ได้ออกสตาร์ต เวส มอร์แกน กับ โรเบิร์ต ฮูธ อาจสบายใจเล่นอย่างผ่อนคลายกว่านี้ เพราะสไตล์เหมือนกัน ใหญ่ชนใหญ่ด้วยกันนั้นชนกันได้สบายไร้กังวล
 
        นี่คือข้อแตกต่างของเกมครับ
 
        เวนเกอร์ มองเห็นทะลุปรุโปร่งสำหรับเคล็ดลับยัดเยียดความปราชัยให้เลสเตอร์นัดแรกของซีซั่น คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟของรานิเอรี่ที่จริงแล้วยังมีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างเชื่องช้า มีรูโหว่ตรงกลางให้เจาะให้ทะลวง นั่นเองที่เป็นสาเหตุของการยึดเอา ธีโอ วัลค็อตต์ ออกสตาร์ตตั้งแต่วินาทีแรกก่อนชิรูด์
 
        "ทำไมไม่ใช่ชิรูด์ เกมนี้น่าจะเวิร์กกว่านะ ว่าไง?" นักข่าวท้องถิ่นเริ่มตั้งคำถามพลันที่กระดาษทีมชีตอยู่ในอุ้งมือพร้อมกับจ้วงพายเนื้อเข้าปากระหว่างนั้น
 
        หากอาร์เซน่อลมีชิรูด์อยู่ในทีม รูปแบบและรูปทรงการเล่นของเกมก็จะชัดเด่นหรามาก คือ มีตัวพักบอลเล่นกับบรรดามิดฟิลด์ตัวรุกทั้งหลายเพื่อสร้างโอกาสในการยิงประตู แต่เมื่อเปลี่ยนจากชิรูด์เป็น วัลค็อตต์ แล้วดันได้ผลชะงักงัน เลสเตอร์จึงเป็นผู้แพ้ยับเยินอย่างที่เห็น
 
        สไตล์การเข้าทำเปลี่ยนไปมีความปราดเปรียวเข้ามาแทนที่ ชัดเจนมากเมื่อความเร็วในเกมของอาร์เซน่อลทำลายการเล่นของเลสเตอร์หลังจากผ่านพ้นนาทีที่ 18 เป็นต้นไป บอลทะลุเข้าเขตโทษเร็วมาก เกมโต้กลับขึ้นถึงระยะ 18 หลาแล้วหวังผลประตูได้ทันที จากการประสานร่วมกันระหว่าง ธีโอ วัลค็อตต์, อเล็กซิส ซานเชส, เมซุต โอซิล และ ซานติ กาซอร์ล่า โดยที่กองหลังที่ชั้นเชิงและความคล่องตัวเป็นรองอย่าง มอร์แกน และ ฮูธ จึงได้เผชิญกับปัญหาอยู่ตลอด

หากไม่มีแฮตทริกแรกบนแผ่นดินผู้ดีและในสีเสื้อปืนโตของ อเล็กซิส ซานเชส ในเกมนี้ เจ้าหนุ่มธีโอควรเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ โดยปราศจากข้อสงสัย เพราะทุกๆวินาทีที่อยู่ในสนาม ดาวเตะทีมชาติอังกฤษผู้นี้มีส่วนร่วมในเกมรุกทุกส่วนสัด อาร์เซน่อลในยามที่มีธีโอในแดนหน้าเกมรุกอันตรายทุกด้านทุกรูปแบบ การโจมตีหลากหลายกดคู่ต่อสู้อยู่หมัด เล่นชิ่งหนึ่งสอง เข้าทำด้านข้างหรือเจาะทะลุเล่นงานตรงกลาง ฯลฯ
 
        กับบทบาทกองหน้าตัวเป้า นี่คือเกมที่วัลค็อตต์แสดงให้ถึงศักยภาพที่มีและพิษสงของเขาว่า ไม่ได้มีแค่ความเร็วกระชากผ่านคู่ต่อสู้เท่านั้น มันมาพร้อมกับการพัฒนาฝีเท้าที่รุดหน้ายิ่งขึ้นไปอีก หลายๆ ครั้งพักบอลได้ บังบอลไม่ให้ยักษ์ปักหลั่นทั้ง 2 ของเลสเตอร์เข้ามาวุ่นวายแย่งคืนไป ไม่ได้เป็นเป้านิ่งสอดส่ายหาช่องว่างให้ตัวเองอยู่ตลอด และ สิ่งสำคัญสุดคือสัญชาตญาณในการทำประตูก็มีอย่างเต็มเปี่ยม


อเล็กซิส และ วัลค็อตต์ จับคู่กันอย่างยอดเยี่ยมในนเกมพบกับ เลสเตอร์ 

        ประตูตีเสมอนาที 18 ทำให้อาร์เซน่อลกลับมาสู่เกมอย่างที่ตั้งใจทั้งๆ ที่มันไม่ควรเป็น 1-1 เสียด้วยซ้ำ แต่ที่แน่ๆ นี่คือจุดเริ่มต้นความสั่นคลอนที่เลสเตอร์จะตกเป็นฝ่ายปราชัย
 
        อย่างที่บอกเอาไว้ข้างต้น ความเร็วความปราดเปรียวของอาร์เซน่อลอันเป็นประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งของทีมเอาชนะสปิริตอันยอดเยี่ยมของเลสเตอร์อย่างราบคาบ ใหญ่ของเลสเตอร์มาชนเล็กคล่องที่มีกำลังหนุนรอบจัดทุกตัวนั้นมันคือปัญหาที่แก้ไม่ตก
 
        เอาง่ายๆ เลย แผงหลังของเลสเตอร์มีบ่อน้ำมันรูเบ้อเริ่มเทิ่มขนาดไหน ไม่ว่าฟูลแบ็กสองฝั่งหรือคู่ดูโอร่างใหญ่ เปิดพื้นที่ว่างให้ ธีโอ เบิกร่องสกอร์ ตามมาด้วย 3 ตุงจากสตาร์ชิเลียนปิดท้ายกับลูกสะบัดหัวเกือกของตัวสำรองชิรูด์ แม้ว่าเกมนี้หลังสิ้นเสียงนกหวีด สาวกเดอะ ฟ็อกซ์ส แทบทุกหัวระแหงหงุดหงิดงุ่นง่านคันตามง่ามมือง่ามเท้ากับการทำหน้าที่ของเปา เคร็ก พาวสัน ว่าจังหวะที่ มิเคล อาร์เตต้า สะกิดขา ชินจิ โอกาซากิ ล้มหัวคะมำต่อเนื่องกับ เจมี่ วาร์ดี้ โดน โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ ขวางทางวิ่ง นำมาซึ่งการเสียประตูในครึ่งแรก แต่อย่ากระนั้นเลย ฝั่งอาร์เซน่อลก็เสียประโยชน์ในจังหวะที่คล้ายกันเหมือนกัน
 
        ฟุตบอลของเลสเตอร์ออกตัวได้อย่างร้อนแรงน่ากลัวเหลือเกิน 18 นาทีแรก เจมี่ วาร์ดี้ มีโอกาสพาต้นสังกัดทะยานออกนำห่างถึง 3-0 ก็ย่อมได้ แต่เสาและคานเจ้ากรรมดันขวางทางเอาไว้ นี่แหละครับฟุตบอลมันก็โหดร้ายเยี่ยงนี้ เมื่อทำไม่ได้ก็เป็นฝ่ายโดนกระทำแทน
 
        จุดเด่นของอาร์เซน่อลทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอยู่ตลอด การสร้างสรรค์เกมรุกอันตรายทุกรูปแบบ หลายจังหวะเราได้เห็นความยอดเยี่ยมการประสานงานผ่านบอลจากเท้าสู่เท้าที่แม่นยำ ไอเดียในการเข้าทำ เป็นอีกเกมที่เด็กๆ ของเวนเกอร์แสดงตัวตนออกมาอย่างที่ควรจะเป็น
 
        แข้งเกมรุกปืนโตทุกคนลงเล่นอย่างมั่นใจ ฟื้นความเชื่อมั่นมาจากวันบุกคว่ำสเปอร์สเกมแห่งศักดิ์ศรี
 
        ธีโอ วัลค็อตต์ แสดงพิษสงที่น่าครั้นครามออกมา  
 
        อเล็กซิส ลบล้างเสียงวิจารณ์ที่มีต่อตัวเขาเสียจนหมดสิ้นด้วยการทำคนเดียว 3 ตุงในเกมเดียว ขนาดลูกโหม่งก็ยังทำได้ทั้งๆ ที่มีส่วนสูงแค่ 5 ฟุต 7 นิ้ว เป็นนักเตะคนแรกที่กดแฮตทริกใน 3 เวทีลีกสูงสุด (อังกฤษ 2015, สเปน 2014 และอิตาลี 2011)
 
        ซานติ กาซอร์ล่า ที่คืนจากพ้นโทษแบนการันตีความเป็นเจ้าพ่อแอสซิสต์
 
        เช่นเดียวกับ เมซุต โอซิล ที่ช่วยเหลือทีมได้ดีเยี่ยมทั้งรุกและรับ
 
        แตกต่างกับเลสเตอร์ที่แผ่วลงไปอย่างน่าใจหาย แม้สปิริตเลือดนักสู้ยังคงมีอยู่ แต่ทีเด็ดทีขาดในการทำประตูลดน้อยถอยลงไป หลังจาก เคลาดิโอ รานิเอรี่ ดันคิดมากเกินไป ถอด ชินจิ โอกาซากิ ออกแล้วส่ง แอนดี้ คิง ลงมาแทนในครึ่งหลัง เพื่อหมายสู้รบปรบมือกับแดนกลางอาร์เซน่อล ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์
 
        เกมเปลี่ยน โมเมนตัมของเกมถูกโอนถ่ายไปอีกฝั่ง แอนดี้ คิง ไม่ใช่คำตอบที่ดีหากหวังจะเอาประตูคืน ชินจิ โอกาซากิ ควรยืนหยัดอยู่ในสนามเพื่อปั่นป่วนและกดดันแผงรับอาร์เซน่อลต่อแล้วเพิ่มเติมกองหน้าธรรมชาติอย่าง อูยัว หรือ ครามาริช ก็ไม่ใช่เรื่องผิด กลายเป็นทั้ง แพร์ แมร์แตซัคเคอร์ กับ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ ไม่ได้เจอสถานการณ์ที่ยากลำบากเหมือนช่วงแรกของเกม
 
        เข็มนาฬิกากระดิกสู่นาที 57 เลสเตอร์ตามหลัง 1-3 สกอร์ห่าง 2 เม็ด ที่ผ่านมาเคยตามทันกับสโต๊ค ซิตี้ และแซงแอสตัน วิลล่า หน้าตาเฉย แต่กับอาร์เซน่อลยิ่งเล่นยิ่งเหมือนโดนทำโทษสอนบทเรียนอันล้ำค่าประกอบกับแดนหน้าขาดความอันตรายไปเยอะ โดยเฉพาะความเงียบงันของตัวพลิกเกม ริยาด มาห์เรซ
 
        ครับ บนชัยชนะอันสุดระทึกครั้งนี้ กระนั้นใช่ว่าอาร์เซน่อลจะไม่มีจุดอ่อนให้เห็นเลย
 
        เกมรับแบ็กโฟร์จะว่าไปแล้วก็ยังไม่นิ่งเท่าที่ควร ถ้าเลสเตอร์เฉียบคมมากกว่านี้หน่อยบางทีอาร์เซน่อลอาจแพ้เป็นนัดที่ 3 ของซีซั่น กองกลางตัวตัดเกมที่เคยได้การทำหน้าที่อันหมดจดของโกเกอแล็งช่วยสกรีนทุกสิ่งทุกอย่างสกัดกั้นขัดขวางลูกอันตราย พอไม่มีหมอนี่ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิม จะว่าอย่างไร เวนเกอร์ ก็ต้องแก้ปัญหาต่อไป
 
        อย่างไรก็ตามนี่คือเกมที่เพิ่มความหวังให้กองเชียร์ขึ้นมาอีกขั้น ธีโอ วัลค็อตต์ พิสูจน์ตัวเองได้ แฮตทริกของ อเล็กซิส ซานเชส น่าประทับใจและเชื่อว่ามันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่ๆ เกมรุกในสไตล์ความเร็วสูงไหลลื่นอย่างมีประสิทธิภาพ
 
        3 แต้มห่างจากฝูงแมนฯ ยูไนเต็ด สถานการณ์โดยรวมแล้วยังดูดี แถมนัดหน้าปืนโตรับผีแดงในบ้านด้วย ด้วยฟอร์มการเล่นปัจจุบันของทั้งคู่ การเจอกันรอบนี้อาจเป็นเกมที่คลาสสิกอีกเกมหนึ่งบนหน้าประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกเลยก็ว่าได้ครับ

"อีกา"

http://www.siamsport.co.th/Column/150928_108.html

ติดต่อโฆษณา : TG.Thaigunners@gmail.com PHONE : 096 443 2589

THE HONOUR

FACEBOOK : GUNNERTALK

EMAIL : TG.Thaigunners@gmail.com

TEL : +6696-293-9839