โอบาเมยอง กับความเป็นมืออาชีพบนเส้นทางลูกหนัง
TG.Thaigunners@gmail.com
+6696-293-9839

COLUMNISTS

โอบาเมยอง กับความเป็นมืออาชีพบนเส้นทางลูกหนัง

1021 8-2-2022 Share

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้าวัย 32 ปี ที่ซึ่ง ณ เวลานี้เจ้าตัวเก็บของย้ายออกจาก อาร์เซน่อล ไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยการตกลงยกเลิกสัญญากับอาร์เซน่อล และย้ายไปแบบไม่มีค่าตัวในก่อนตลาดนักเตะปิดตัวลงไปในวันสุดท้าย

อย่างไรก็ตาม หลังจากการเปิดตัวกับทีม บาร์ซ่า โอบาเมยอง ได้ออกมากล่าวหาว่า เหตุผลที่สำคัญที่ทำให้เขาต้องย้ายออกจากลอนดอน นั่นเป็นเพราะ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมเดอะกันเนอร์สคนปัจจุบันนั่นเอง โดย โอบา ได้กล่าวชัดเจนว่าเขานั้นอยากที่จะอยู่กับทีมต่อไป แต่โดนบีบบังคับในหลายๆเรื่อง ที่ทำให้ไม่มีความสุข โดยเฉพาะบทบาทในสนาม

แม้ว่า โอบา จะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาตลอดภายใต้สีเสื้อของอาร์เซน่อล และเพิ่งได้รับสัญญามูลค่ามหาศาลเป็นรางวัลตอบแทนเมื่อสิ้นฤดูกาลก่อน  แต่ทว่าในฤดูกาลล่าสุด เขายิงไปเพียง 7 ประตูในทุกรายการ โดย 3 ใน 7 เป็นแฮตทริกในเกมชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ถ้วยคาราบาว คัพ รอบสอง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว ก่อนที่ปฎิทินเปลี่ยน คศ.เป็นปีใหม่

คำถามคือมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่  แน่นอนว่าตามสื่อกระแสหลัก ทุกสำนักจะรายงานเป็นเสียงเดียวกันว่า โอบาเมยอง นั้นมักจะมีปัญหาเรื่องระเบียบวินัย ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ปฎิเสธไม่ได้ เพราะเจ้าตัวก็มีประวัติเช่นนี้มาก่อน นับตั้งแต่สมัยที่อยู่กับ ดอร์ทมุนด์ และทั้งกับทีมชาติกาบอง มาแล้วด้วย  แต่อีกอย่างที่น่าสังเกตคือ แนวทางการทำทีมของ อาร์เตต้า อาจจะไม่ซัพพอร์ตนักเตะแบบเขาด้วยก็เป็นได้

หากมองกันลึกๆในเชิงของแท็คติคการเล่น อาร์เตต้า นั้นชอบที่จะให้นักเตะเล่นเกมเพรสซิ่งในแดนคู่แข่ง จึงทำให้ต้องใช้นักเตะกองกลางเยอะ รวมไปถึงตัวริมเส้นก็ต้องลงมาเล่นเกมรับด้วย ฉะนั้นเราจะได้เห็นเขาส่งนักเตะที่มีความสดและเร็วอยู่ในแผงมิดฟิลด์มากขึ้น ทั้ง บูกาโย่ ซาก้า เอมิล สมิธ-โรว์ การ์เบรี่ยล มาร์ติเนลลี่ แซมมี่ โลก็องก้า และนูโน่ ตาบาเรส ได้ลงคุมเกมกลางสนามเพื่อวิ่งไล่บีบคู่แข่งตลอดทั้งเกม

ขณะเดียวกันในมุมของ อาร์เตต้า ถึงแม้ว่า ดาวยิงทีมชาติกาบอง จะเป็นตัวจบสกอร์ แต่บ่อยครั้งที่กุนซือชาวสเปนก็มักจะให้ โอบาเมยอง ถ่างออกไปเล่นในแนวกว้างของสนามอยู่บ่อยครั้ง และน้อยครั้งที่เราจะเห็นเขาได้เล่นในตำแหน่งหน้าเป้าที่ถนัด โดยเฉพาะกับการเล่นเป็นคู่ขากับ ลากาแซต์ ที่นับครั้งได้เลย 

เพราะ อาร์เตต้า นั้นมีปรัชญาการสร้างเกมโดยใช้นักเตะสร้างเกมรุกจากกลางสนามและริมเส้นเป็นหลัก  และนั่นมักจะทำให้ อาร์เตต้า มักที่จะเลือกใช้ ใครคนใดคนหนึ่งระหว่าง โอบาเมยอง และ ลากาแซตต์ ลงเพียงคนเดียว หรือบางครั้งก็โยกหนึ่งคนออกไปเล่นเป็นกองหน้ากึ่งปีก ในกรณีที่มีนักเตะไม่ลงตัวต่อตำแหน่งหรือบาดเจ็บ

มีตัวเลขสถิติเปิดเผยออกมาว่า โอบาเมยอง มีผลงานที่ตกลงเรื่อยๆจากแท็คติกของ อาร์เตต้า เพราะเขามีโอกาสยิงประตูโดยเฉลี่ยแล้วเพียงแค่เกมละหนึ่งครั้งกว่าๆเท่านั้น ทั้งที่ในฤดูกาลที่เจ้าตัวคว้ารางวัลดาวซัลโวนั้น มีโอกาสยิงต่อเกมถึงสามถึงสี่ครั้งเลยทีเดียว อีกทั้งการมีส่วนร่วมกับเกมไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสบอล ผ่านบอล และการร่วมเล่นในพื้นที่สุดท้าย ยังถูกลดบทบาทลงไปราวๆหนึ่งเท่าตัวเลยทีเดียว

ดังนั้นแน่นอนว่า นักเตะระดับดาวซัลโวของลีกย่อมไม่มีความสุขกับสิ่งที่เป็นแน่นอน สิ่งที่เรามักจะได้เห็นในระยะหลังคือ การไม่มีส่วนร่วมในเกม ความกระตือลือร้นที่น้อยลงไป ไม่เฉียบขาดเหมือนหมดความมั่นใจ จนถูกเปลี่ยนตัวออก หรืออยู่ไม่ครบ90นาทีเสมอๆ 

อาร์เตต้า มีแนวทางที่ชัดเจน นั่นคือต้องการนักเตะที่กระตือรือล้น มีพลังบวกเสมอในยามลงแข่งขัน พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้โอกาสที่มากขึ้น ซึ่งนักเตะวัยหนุ่มคือคำตอบสำหรับเขา เพราะเด็กเหล่านี้ต้องการพิสูจน์ตัวเอง และพร้อมที่จะวิ่งตลอดทั้งเกมเพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้จัดการทีม แต่กับ โอบาเมยอง ที่ผ่านรางวัลดาวยิงมาแล้วทั้งบุนเดสลีก้าและพรีเมียร์ลีก อาจจะไม่ได้มองเช่นนั้น

โอบาเมยอง ในวัย 32 ปี เคยออกมาพูดผ่านสื่ออยู่บ่อยครั้งว่า เป้าหมายสูงสุดในชีวิตของเขาคือการได้ย้ายไปเล่นให้กับทีมอย่าง บาร์เซโลน่า ตามความฝันของปู่ของเขาที่อยากเห็นเขาสวมชุดน้ำเงิน-แดงเลือดหมู และโลดแล่นในถิ่น แคมป์นู ซักครั้ง นั่นแสดงให้เห็นว่าอาร์เซน่อลจะไม่ใช่ทีมสุดท้ายที่เขาลงเอยในชีวิตการค้าแข้งอย่างแน่นอน  

สำหรับเขาแล้ว การคว้าแชมป์ซักรายการกับ อาร์เซน่อล อาจจะเป็นเป้าหมายระยะสั้นในช่วงอายุที่เขาอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเพื่อสร้างมูลค่าทางการตลาดจากเว็บบาคาร่าที่ดีที่สุด หรือเพื่อเกียรติยศให้แก่ตัวเองก็ตาม ดังนั้นเจ้าตัวอาจจะมองว่าตัวเองไม่ต้องพิสูจน์ใดๆแล้ว ในเอมิเรสต์สเตเดี้ยม เพราะรางวัลส่วนตัวนั้นการันตีในตัวเองเป็นอย่างดีอยู่แล้ว 

แต่กับ อาร์เตต้า นั้นสวนทางกับแนวคิดของ โอบาเมยอง โดยสิ้นเชิง เพราะเขาคือผู้จัดการทีมที่มีความทะเยอทะยาน ต้องการโชว์ของที่มีในตัว เขาก้าวเข้ามารับงานพร้อมแนวทางการเล่นในแบบฟุตบอลสมัยใหม่ การสร้างทีมในระยะยาว โดยเน้นไปที่การใช้นักเตะที่มีความกระหายในการเล่นเป็นหลัก เขาต้องการเกมที่ดุดัน ใช้พลังงานสูง การกดดันคู่แข่ง และใช้ความสดเข้าบดขยี้  นั่นเป็นแนวทางหลักของทีม  แต่ยังคงยึดนักเตะที่มีประสบการณ์เอาไว้ ประคับประคองรุ่นน้องด้วยเช่นกัน

เรามักจะเห็นนักเตะดาวรุ่งอย่าง ซาก้า และ สมิธ-โรว์ ที่พร้อมรับแนวทางดังกล่าว ก้าวขึ้นมาทำผลงานได้ชัดเจนกว่า ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนในการทำเกมรุก หรือการเข้าทำ รวมไปถึงการทำสกอร์ที่มาจากหลากหลายตำแหน่งมากขึ้น กระทั่งในส่วนของ ลากาแซตต์ เอง ที่กำลังจะหมดสัญญากับทีมในสิ้นฤดูกาลนี้ ยังต้องเล่นแบบทุ่มเทสุดตัว วิ่งพล่านทั้งสนาม หลังจากได้โอกาส แถมยังทำผลงานได้ดีจนชนะใจแฟนบอล ถึงกับมีการเรียกร้องให้ต่อสัญญาใหม่ด้วยซ้ำไป

จึงไม่แปลกใจที่ตัวเลขการยิงประตูของ โอบาเมยอง ไม่โดดเด่นเหมือนตอนที่ อาร์เตต้า ยังต้องพึ่งพาเขาในช่วงแรกๆ เพราะยังหาทีมชุดที่ลงตัวสำหรับเขายังไม่ได้  และนั่นคือการส่งสัญญาณว่า ดาวเตะกาบอง ต้องมีรีแอคชั่นที่มากกว่านี้ หากเขายังอยากจะเป็นตัวหลักของทีมต่อไป

ยังไงก็ตาม โอบาเมยอง ดูจะไม่สนใจสถานการณ์ของตัวเองในทีม เพราะเขายังคงปฎิบัติตัวเช่นเคย แม้จะได้รับบทบาทกัปตันทีมอยู่ก็ตาม  การมาสายบ่อยครั้ง ขอลาแบบไม่บอกสาเหตุ ดื่มไวน์ก่อนเกมแข่งขันไม่กี่นาที เหล่านั้นทำให้ อาร์เตต้า ต้องเลือกทำอะไรซักอย่าง  การพูดคุยแบบเพื่อนร่วมงาน แม้กระทั่งการว่ากล่าวตักเตือนแบบบอสและลูกน้อง เขาใช้มาหลายรูปแบบ แต่ก็ยังไม่อะไรดีขึ้น จนมาถึงเรื่องที่เราได้เห็นตามข่าว การไม่เคารพกฎกติกาครั้งล่าสุด  ทำให้ อาร์เตต้า ไม่มีทางเลือก ต้องสั่งริบปลอกแขน และตัดซื่ออกจากทีมทันที เพราะนี่คือสิ่งสำคัญในการปกครองคนหมู่มาก ระเบียบ วินัย การเป็นตัวอย่างที่ดี  ซึ่ง โอบาเมยอง ถือว่าสอบตกอย่างหนักกับปัญหาด้านวินัยของเขา ด้วยทั้งเป็นกัปตันทีมอีกต่างหาก โทษมันจึงแรงมากกว่าใคร

ดังนั้นการถูกขายทิ้ง ณ เวลานี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด สำหรับภาพรวมของเจ้าตัวที่มีต่ออาร์เซน่อลและแฟนบอล หากแต่มันดูขัดแย้งเหลือเกินกับการที่ออกมาพูดว่า เขาไม่มีความสุข และถูกบีบบังคับให้ย้ายออกมา เพราะ อาร์เตต้า ดูจะไม่มีน้ำหนักมากพอในสายตาคนหมู่มาก เพราะในแง่มุมของมืออาชีพแล้ว หากคุณไม่สนามารถปรับตัวเข้ากับแนวทางของทีม การย้ายด้วยเหตุผลทางด้านความสำเร็จยังดูน่าฟังมากกว่า

แต่สิ่งที่เราได้เห็นก็คือนักฟุตบอลอาชีพคนหนึ่งที่ดูเหมือนหมดใจกับทีม ใช้ข้ออ้างบางอย่างที่ไม่เป็นมืออาชีพ เพื่อต่อรองและเรียกร้องสิทธิ์บางอย่าง  แถมยังพยายามหาเหตุผลต่างๆมาเพื่อหาทางลงสวยๆในการย้ายทีม 

และบางทีนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ โอบาเมยอง จะไม่ถูกจดจำในฐานะดาวยิงที่ดีที่สุดคนหนึ่ง ของทั้ง อาร์เซน่อล หรือแม้กระทั่งใน พรีเมียร์ลีก ก้เป็นไปได้

ติดต่อโฆษณา : TG.Thaigunners@gmail.com PHONE : 096 443 2589

THE HONOUR

FACEBOOK : GUNNERTALK

EMAIL : TG.Thaigunners@gmail.com

TEL : +6696-293-9839