โกเกอแล็ง แกร่งรึยัง?
TG.Thaigunners@gmail.com
+6696-293-9839

COLUMNISTS

โกเกอแล็ง แกร่งรึยัง?

1334 27-8-2015 Share

 

 

เมื่อฤดูกาลที่แล้วโกเกอแล็งถือว่าเป็นการค้นพบด้วยความบังเอิญจากความจำเป็นที่ไม่เหลือมิดฟิลด์ตัวรับไว้ใช้บริการแล้ว ทั้ง มิเคล อาร์เตต้า และ มาติเยอ ฟลามินี่ ทั้งเจ็บทั้งใกล้หมดสภาพ สุดท้ายต้องไปดึงเอานักเตะที่ปล่อยตัวให้ทีมอื่นยืมเอากลับมาเล่น เหมือนลอตเตอรี่เหลือค้างแผงอยู่ใบเดียวแล้วเกิดถูกรางวัลที่ 1 ซะงั้น
           
ทว่าฤดูกาลนี้โกเกอแล็งกลายเป็นหวยใต้ดินที่ใครๆ ก็เฮกันแทงด้วยความมั่นใจแบบไม่โต๊ด แต่โดนกินเรียบ แทงไปเท่าไหร่ไส้ไหลเท่านั้น
           
นอกจากผลงานจะไม่สวยหรูเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ยังมีวี่แววว่าเจ้าตัวจะ ''หลุด'' ไปเยอะมาก เขาเกือบจะถูกไล่ออกตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรกหลังจากที่ไปทำฟาวล์ เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ของคริสตัล พาเลซ เดชะบุญที่ ลี เมสัน ผู้ตัดสินไม่ได้ให้ใบเหลืองที่สอง
           
ครึ่งหลัง อาร์แซน เวนเกอร์ ก็ยังเสี่ยงเอาโกเกอแล็งลงเล่นต่อ แต่เขาก็ยังฟาวล์แบบเสียวไส้อีกหน ไม่ไหวแล้วครับ เวนเกอร์เปลี่ยนออกทันทีก่อนที่จะไม่ทันได้เปลี่ยน
           
''ตอนพักครึ่งผมก็คิดอยู่เหมือนกันว่าครึ่งหลังเขาจะเล่นลำบาก เพราะคู่แข่งจะกดดันเขาหนักขึ้น แล้วพอฟาวล์แม็คอาร์เธอร์เข้าไปอีกดอก ตอนนั้นก็ไม่ไหวแล้ว ปล่อยเอาไว้อาจตายเปล่า'' เวนเกอร์ให้การ
           
ไม่ใช่แค่โกเกอแล็งเท่านั้นที่น่าเป็นห่วง แม้แต่ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ ที่เป็นหลักในแนวรับของทีมมาโดยตลอด ก็ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีที่ปล่อยให้ โจเอล วอร์ด ยิงประตูตีเสมอได้ตามอำเภอใจ แต่ก็ยังมีเรื่องดีก็คือการยิงแบบเหนือความคาดหมาย (อีกครั้ง) ของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เช่นเดียวกับฟอร์มของ อเล็กซิส ซานเชซ ที่เวนเกอร์บอกว่าตอนนี้ฟอร์มของเขาเข้าใกล้กับ หลุยส์ ซัวเรซ เข้าไปทุกทีแล้ว
           
แต่ปฏิกิริยาของ ปีเตอร์ เช็ก ช้าไปหรือเปล่าที่ป้องกันลูกยิงของวอร์ดไม่ทัน ดูเหมือนจะยังมีอีกหลายเรื่องให้เวนเกอร์ต้องแก้ไขก่อนที่ตลาดนักเตะจะปิดลง
           
ทุกคนต่างมองว่าทีมปืนใหญ่ยังไม่สมบูรณ์หากคิดการใหญ่ถึงขั้นคว้าแชมป์ ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง เสริมกำลัง และใส่พลังเข้าไปให้เต็มที่ แต่ว่ากุนซือหัวแข็งอย่างเวนเกอร์จะยอมรับหรือเปล่าเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาเขามักจะออกมาปฏิเสธข่าวการซื้อนักเตะตามที่ปรากฏในสื่อทั้งหลาย
           
เวนเกอร์เชื่อมั่นอย่างหนึ่งว่าโกเกอแล็งคือตัวเลือกอันดับหนึ่งในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ เขาเหนือกว่าอาร์เตต้าอย่างไม่ต้องสงสัย และทุกคนก็เห็นแบบนั้นเช่นกัน
           
''ถ้าตอนนั้นโกเกอแล็งไม่ใช่นักเตะของเรา แล้วเราต้องไปซื้อมาในราคา 40 ล้านปอนด์ ใครๆ ก็คงบอกว่าผมบ้าไปแล้ว'' เวนเกอร์กล่าวไว้เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม ตอนที่มิดฟิลด์วัย 24 ปีคนนี้กำลังเซิ้งสะเด่า แข็งแกร่ง และเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมในเกมที่เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปได้ 2-0
           
''ผมเสียใจนะที่เขาไม่มีค่าตัวเป็นการการันตี ทั้งที่ฝีเท้าอยู่ในระดับนั้นจริงๆ''
           
หน้าที่ของโกเกอแล็งก็เหมือนกับที่ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ทำให้บาร์เซโลน่า หรือว่า เนมานย่า วิดิช เป็นหลักในเกมรับให้กับเชลซี รวมทั้งการที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซื้อ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน จากเซาธ์แฮมป์ตัน มาเพื่อการนี้เช่นกัน
           
จริงๆ แล้วเมื่อช่วงซัมเมอร์นี้ชไนเดอร์ลินซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกับเวนเกอร์ ก็เป็นข่าวกับอาร์เซน่อลเหมือนกัน ตัวเขาก็อยากมาอยู่ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม แต่ว่าอาร์เซน่อลก็เกี่ยงเรื่องค่าตัวเหมือนทุกดีลที่ผ่านมานั่นแหละ สุดท้าย แมนฯ ยูฯ ก็ได้ไปในราคา 27 ล้านปอนด์ แล้วสิ่งที่ทีมปีศาจแดงได้มาก็คือเกมรับที่แข็งขึ้น และจะแกร่งยิ่งขึ้นเมื่อ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ สมบูรณ์เต็มที่
           
เวนเกอร์ยังคงเชื่อมั่นในนักเตะที่เขานำเข้าสู่ระบบของสโมสรตั้งแต่อายุ 17 ฟูมฟักจนเข้าใจแนวทางการเล่นของทีมเป็นอย่างดี เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็มีความเชื่อมั่นในระบบการปั้นเยาวชนเช่นกัน แม้ว่ามันจะต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร
           
เฟอร์กี้ได้ใช้นักเตะที่ปั้นมากับมือ เขาก็รู้จักวิธีใช้ ฟิล เนวิลล์, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และ จอห์น โอเช ที่แม้ว่าทักษะจะไม่ดีเหมือนกับ พอล สโคลส์, เดวิด เบ็คแฮม หรือว่า ไรอัน กิ๊กส์ แต่ก็ได้ผลตามที่ต้องการ เพราะรู้ว่าจะต้องใช้ใคร เมื่อไหร่ ในสถานการณ์ใด
 
เวนเกอร์มีวิธีใช้งานที่แตกต่างออกไปตรงที่เขาจะไม่ดันเด็กขึ้นไปสู่ทีมชุดใหญ่หากว่าในทีมนั้นมีนักเตะที่ดีอยู่แล้ว และจะบอกให้เด็กของเขาอดทนรอเวลาอยู่บนม้านั่งสำรองไปก่อน เมื่อถึงคราวที่จำเป็นต้องใช้งาน แม้ว่าจะสามารถลงไปเปลี่ยนเกมจนทำให้ทีมได้รับชัยชนะ รางวัลที่ได้รับก็ยังคงเป็นการได้อยู่บนม้านั่งสำรองต่อไป
 
เว้นเสียแต่ว่านักเตะรายนั้นจะโดดเด่นและดีกว่าตัวที่มีอยู่จริงๆ อย่างเช่นที่ทีมมี โกเกอแล็ง และ เอคตอร์ เบเยริน แบ็กขวาชาวสเปน ที่จำต้องเอาขึ้นมาเล่นหลังจากที่ มาติเยอ เดอบูชี่ บาดเจ็บ และ คาลั่ม แชมเบอร์ส ไม่ว่างเพราะต้องไปเล่นเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟชั่วคราวพอดี
 
''เรามีนักเตะที่แข็งแกร่งในทุกตำแหน่ง'' เวนเกอร์กล่าวตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ตอนที่ถูกถามว่าจะซื้อใครเพิ่มอีกหรือเปล่า นอกเหนือจากที่ได้เช็กมาแล้ว
 
''หากจะเอาใครมาเราก็ต้องมั่นใจว่าเขาจะสามารถทำให้ทีมของเราแข็งแกร่งขึ้นได้''
 
โกเกอแล็ง, เบเยริน และกอสซิแอลนี่ ที่เคยเล่นในลีก เอิง แค่ฤดูกาลเดียวกับลอริยองต์ ก่อนที่เวนเกอร์จะซื้อมาร่วมทีมเมื่อปี 2009 ทั้ง 3 คนนี้เป็นตัวอย่างในความเชื่อมั่นของเวนเกอร์ที่มีต่อเพชรที่รอการเจียระไน แล้วก็เอามาขัดสีฉวีวรรณให้กลายเปล่งประกายได้ในที่สุด
 

เรื่องการซื้อนักเตะที่สำเร็จรูปมาเลยเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับเวนเกอร์ ดังนั้น การซื้อนักเตะดัง และราคาติดเพดานอย่าง เมซุต โอซิล และ อเล็กซิส จึงเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก
 
นี่เป็นนโยบายและปรัชญาการทำทีมที่แตกต่างไปจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ชอบเอานักเตะที่มีประสบการณ์มาร่วมทีมมากกว่าเพื่อความสำเร็จอย่างรวดเร็ว จนรู้สึกเหมือนว่าเขาไม่ชอบระบบเยาวชนที่เพาะบ่มนักเตะให้เติบโตขึ้นมาแบบเป็นขั้นเป็นตอน
 
มูรินโญ่พยายามที่จะซื้อนักเตะดาวรุ่งอย่าง จอห์น สโตนส์ แต่ก็ต้องถือว่าสโตนส์กลายเป็นนักเตะที่มีประสบการณ์ไปแล้ว ด้วยวัยแค่ 21 ปี เขากลายเป็นตัวจริงของเอฟเวอร์ตันในพรีเมียร์ลีกมา 2 ฤดูกาลแล้ว ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ซื้อ นิโกลัส โอตาเมนดี้ กองหลังร่างปึ้กมาจากบาเลนเซีย ในราคา 30 ล้านปอนด์ ทว่าเวนเกอร์กลับยังคงเชื่อมั่นใน กอสซิแอลนี่ และ แมร์เตซัคเคอร์
 
เวนเกอร์พอใจในคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟของเขา แม้ว่าเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาเขาได้ซื้อ กาเบรียล ปาเล็ตต้า มาอีกคนหนึ่ง แต่ก็เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นแค่อะไหล่ของ 2 คนนั้น ไม่ใช่เอามาแย่งตำแหน่งเพื่อให้เกิดการแข่งขันภายในทีม
 
ในแดนกลาง โกเกอแล็ง จับคู่กับ ซานติ กาซอร์ล่า ซึ่งเป็นเหมือนพ่อมดในการวางบอล ความเสียเปรียบในด้านรูปร่างไม่ได้ส่งผลให้เกมของเขาด้อยลงเลย ทว่ากลับเป็นโกเกอแล็งที่เริ่มแสดงให้เห็นว่าเขาเล่นตกลงไปจากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว จนทำให้เป็นรองอย่างเห็นได้ชัดในเกมกับเวสต์แฮม ก่อนที่จะพ่ายไปในบ้าน 0-2 เมื่อเจอคนที่มีประสบการณ์อย่าง ดิมิทรี ปาเยต
 
พอถึงเกมที่พบกับพาเลซ เขาก็ยังไม่ฟื้นจากอาการเดิม แล้วก็กลายเป็นตำแหน่งบ่อของทีมที่โดนเล่นงานจนต้องทำฟาวล์ และสุ่มเสี่ยงต่อการโดนไล่ออก จนเวนเกอร์ต้องถอดเขาออกจากทีมก่อนที่จะสายเกินไป
 
สลาเวน บิลิช เป็นกุนซือที่อ่านออก เขียนได้อีกต่างหาก เมื่อเห็นจุดอ่อนในเกมของโกเกอแล็งก็พุ่งเข้าใส่ที่เขาเป็นหลัก เช่นเดียวกับที่ อลัน พาร์ดิว ของคริสตัล พาเลซ ที่มองเห็นว่าในเมื่อกองกลางของอาร์เซน่อลมีเพียงเขาคนเดียวที่เป็นตัวคอยชนคอยปะทะ โกเกอแล็งก็เลยกลายเป็นคนที่ถูกล่อซื้อก่อนจนโดนใบเหลืองแรก จากนั้นงานของเขาก็ยากขึ้นเรื่อยๆ
 
ทว่าก็ยังไม่มีวี่แววว่าเวนเกอร์จะขยับอะไรกับผู้เล่นในตำแหน่งนี้ ซึ่งใครๆ ก็มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าเป็นจุดที่อาร์เซน่อลต้องปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม เช่นเดียวกับตำแหน่งศูนย์หน้าที่มีแค่ชิรูด์ เจ้าพ่อท่ายาก แต่ลำบากท่าง่าย
 
 ''ผมมุ่งไปที่การปรับปรุงทีมโดยรวม และผู้เล่นที่เรามีอยู่แล้วมากกว่า'' เวนเกอร์กล่าวอย่างนั้นเมื่อวันศุกร์
 
 อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้อาร์เซน่อลมีลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้คงต้องฝากไว้ที่แฟนปืนใหญ่ทั้งหลายที่ต้องช่วยกันภาวนาแล้วแหละครับ

 

ศาธนันท์

 

http://www.siamsport.co.th/Column/150825_161.html

 

ติดต่อโฆษณา : TG.Thaigunners@gmail.com PHONE : 096 443 2589

THE HONOUR

FACEBOOK : GUNNERTALK

EMAIL : TG.Thaigunners@gmail.com

TEL : +6696-293-9839