ติดตาม Thaigunners ทาง Facebook Gunner Talk
10 เรื่องน่ารู้ จากัวร์แห่งลอนดอน : ทาคุมะ อาซาโนะ
4467
5-7-2016
01:30:44

เมื่ออาร์เซน่อล พลาดการได้ตัวเจมี่ วาร์ดี้ หัวหอกฟอร์มแรงจากเลสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมในช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ หลังดาวยิงทีมชาติอังกฤษตัดสินใจจรดปากกาต่อสัญญาร่วมทีมจิ้งจอกสยามออกไป ส่งผลให้อาร์แซน เวนเกอร์ ต้องกุมขมับอีกครั้งสำหรับการหาผู้เล่นตำแหน่งศูนย์หน้ามาร่วมทีมอีกราย เพื่อโอกาสการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษให้ได้อีกครั้งในรอบ 12 ปี

จนกระทั่งมีกระแสข่าวออกมาหนาหูว่า เดอะ กันเนอร์ส กำลังให้ความสนใจดึงตัว ทาคุมะ อาซาโนะ ศูนย์หน้าดาวรุ่งวัย 21 ปี จากซานเฟรชเช ฮิโรชิมา ทีมดังในเจลีก ญี่ปุ่น มาร่วมทีมในถิ่น เอมิเรตต์ สเตเดียม ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2016 ที่ผ่านมา ยอดสโมสรแห่งกรุงลอนดอนออกมาแถลงผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเองว่า ได้ทำการเซ็นสัญญาคว้าดาวยิงเจ้าของฉายา “เดอะ จากัวร์” เข้ามาร่วมทีมแล้ว และจะเปิดตัวเร็วๆนี้

พบกับ 10 เรื่องน่ารู้ของว่าที่ดาวยิงป้ายแดงแห่งถิ่น เอมิเรตต์ สเตเดียม ได้ที่นี่

 

1. อาซาโนะโปรไฟล์

เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 1994 ที่เมืองโคโมโนะ จังหวัดมิเอะ บนเกาะฮอนชู ในครอบครัวที่มีพี่น้องถึง 7 คน โดยเขาเป็นคนที่ 6 ของครอบครัว ทาคุมะคุงเริ่มเล่นฟุตบอลโดยมีพี่ชายเป็นแรงบันดาลใจ ก่อนจะเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมปลายในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงทางด้านฟุตบอลอย่างมิเอะเคงยกไคอิจิ จูโอโคเงียว จูโอกักโค หรือเรียกสั้นๆว่า โรงเรียนเทคนิคยกไคอิจิจูโอ

 

2. นักเตะประวัติศาสตร์อินเตอร์ไฮ

ดาวยิงความเร็วสูงเริ่มต้นฉายแววมาตั้งแต่ศึกฟุตบอลมัธยมปลายชิงแชมป์แห่งชาติ (อินเตอร์ไฮ) ที่เป็นเวทีแจ้งเกิดของแข้งดังหลายราย เมื่อสามารถพาทีมโรงเรียนเทคนิคยกไคอิจิ ไปไกลถึงตำแหน่งรองแชมป์ระดับประเทศได้ในปี 2011 ด้วยการซัดไปถึง 7 ประตูจาก 6 นัด คว้ารางวัลดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ไปครอง ทั้งที่เรียนอยู่ชั้นม.5 เพียงเท่านั้น   นอกจากนี้เขายังทำสถิติยิงประตูได้ทุกนัดตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบชิงชนะเลิศ และเป็นผู้เล่นคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์อินเตอร์ไฮที่ทำได้

 

3. ประเดิมสนามในเจลีก

จากผลงานที่โดดเด่นในอินเตอร์ไฮ ทำให้อาซาโนะกลายเป็นแข้งเนื้อหอม มีหลายทีมรุมจีบอยากได้ตัวเขาไปร่วมทีม โดยมี โยโกฮามา เอฟ มารินอส และ ซานเฟรชเช ฮิโรชิมา เป็น 2 ทีมที่มีโอกาสมากที่สุด ก่อนที่จะตัดสินใจจรดปากกาเซ็นสัญญากับยอดทีมแห่งเมืองฮิโรชิมาในปี 2013 ก่อนจะมีโอกาสได้ประเดิมสนามกับทีมในลีกด้วยวัย 18 ปี 10 เดือนกับอีก 27 วัน หลังถูกเปลี่ยนตัวลงไปในนัดพบกับ คาวาซากิ ฟรอนทาเล ในวันที่ 14 กันยายน 2013

 

4. สุดยอดซูเปอร์ซับ

หัวหอกเจ้าของส่วนสูง 171 เซนติเมตร แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวภายใต้สีเสื้อของทีมในศึกเจลีก ฤดูกาล 2015 เมื่อสามารถยิงไปได้ถึง 9 ประตูทั้งที่ลงเล่นในฐานะตัวสำรองทุกนัด นอกจากนี้เขายังเป็นผู้โหม่งประตูตีเสมอให้ซานเฟรชเช ในเจลีกแชมเปียนชิพ 2015 นัดชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 และกลายเป็นประตูชัยช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกด้วยสกอร์รวม 4-3 พร้อมคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี 2015 ไปนอนกอดอีกหนึ่งรายการ

 

5. ทำแสบใส่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

อาซาโนะเบิกสกอร์แรกในศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก กับซานเฟรชเช ฮิโรชิมาในปี 2016 โดยทีมเจ้าของฉายา “หมีมหาภัย” บังเอิญจับฉลากโคจรพบกับสโมสรฟุตบอลหนึ่งเดียวจากไทยอย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในกลุ่มเอฟ ซึ่งดาวเตะเจ้าของฉายา “เดอะ จากัวร์” จัดการทำประตูแรกในฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ระดับเอเชียเกมที่ซานเฟรชเช เปิดฮิโรชิม่า บิ๊ก อาร์ช สเตเดียมไล่ถล่มบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่ไว้หน้า 3-0 โดยเหมาคนเดียวถึง 2 ประตูในนาทีที่ 42 และ 55

อย่างไรก็ตาม ในเกมนัดที่สองที่บุรีรัมย์ สเตเดียม (ไอโมบาย สเตเดียม) เจ้าตัวกลับประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ และไม่ได้เดินทางมากับทีม แต่ความดุของทัพหมีหมาภัยยังคงตามหลอกหลอนปราสาทสายฟ้าไม่เลิก เพราะเมื่อจบเกมการแข่งขันยังคงเป็นซานเฟรชเชที่บุกมาชนะ 2-0

 

6. อาซาโนะกับทีมชาติชุดใหญ่

ดาวยิงวัย 21 ปี เคยถูกเรียกติดธงซามูไรบลูชุดใหญ่มาแล้ว 5 นัด ภายใต้การคุมทีมของวาฮิด ฮาลิลฮอดซิด กุนซือชาวบอสเนียฯ โดยเจ้าตัวถูกเรียกติดทัพครั้งแรกในฟุตบอลรายการ  EAFF East Asian Cup 2015 หรือการแข่งขันฟุตบอลเอเชียโซนตะวันออก รอบสุดท้าย ลงสนามช่วยทีมไปทั้งสิ้น 3 นัด อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวไม่สามารถช่วยทีมคว้าแชมป์ได้ หลังญี่ปุ่นเก็บได้เพียง 2 คะแนนจากการลงสนาม 3 นัด (พ่ายเกาหลีเหนือ 1-2, เสมอเกาหลีใต้ 1-1 และเสมอจีน 1-1) คว้าอันดับสุดท้ายไปครอง

หลังจากนั้นอาซาโนะก็มามีชื่อติดทีมชาติอีกครั้ง หลังถูกเรียกติดทีมลุยรายการคิริน คัพ 2016  และได้รับโอกาสลงสนามทั้ง 2 นัด แต่ไม่สามารถคว้าแชมป์ร่วมกับทีมได้ หลังพลาดท่าพ่ายต่อบอสเนียฯ ในรอบชิงชนะเลิศ 1-2

 

7. ประตูแรกในนามทีมชาติ

แม้จะไม่อาจช่วยทัพซามูไรบลูคว้าแชมป์คิริน คัพ 2016 บนแผ่นดินบ้านเกิดของตนเองได้ ทว่าเจ้าตัวสามารถทำประตูแรกในนามทีมชาติชุดใหญ่ได้สำเร็จในเกมที่ญี่ปุ่นถลุงบัลแกเรียไม่ไว้หน้าถึง 7-2 โดยอาซาโนะ ถูกส่งลงมาในช่วงท้าย ก่อนจะเรียกจุดโทษได้จากการถูกผู้เล่นบัลแกเรียทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ และลุกขึ้นมาสังหารเข้าไปอย่างเยือกเย็นเป็นประตูปิดกล่องให้ซามูไรบลูในเกมนัดดังกล่าว

 

8. ฮีโรนัดชิงเอเอฟซี ยู23 ปี 2016

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2016 หรือเอเอฟซี ยู23 ปี 2016 ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ที่หา 3 ตัวแทนจากเอเชียไปลุยศึกโอลิมปิก 2016 ที่บราซิล คืออีกหนึ่งเวทีแจ้งเกิดของอาซาโนะ ที่เจ้าตัวได้รับโอกาสลงสนามไปทั้งสิ้น 4 นัด และแม้ในรอบแรกๆในรายการดังกล่าว เจ้าตัวอาจไม่ได้มีส่วนร่วมกับการทำประตูของทีมซามูไรบลูชุดเล็กมากนัก เนื่องจากมักถูกส่งลงสนามในฐานะมิดฟิลด์ริมเส้น

ทว่าในเกมนัดชิงชนะเลิศ ดาวยิงวัย 21 ปีรายนี้กลับสวมบทฮีโร่เหมาคนเดียว 2 ประตูพาญี่ปุ่นดับเกาหลีใต้สุดมันส์ 3-2 (นาทีที่ 66 และ 81)คว้าแชมป์ฟุตบอลรายการดังกล่าวมาครองได้สำเร็จและยังพาทีมตีตั๋วลุยโอลิมปิก 2016 กลางปีนี้ได้อีกด้วย

 

9. นักเตะญี่ปุ่นรายที่ 3 และนักเตะชาวเอเชียรายที่ 4 ของทัพปืนใหญ่

การย้ายมาร่วมถิ่นเอมิเรตต์ สเตเดียมของอาซาโนะ เจ้าตัวถือเป็นแข้งเลือดซามูไรบลูรายที่สามในสีเสื้อของทีมปืนใหญ่ ต่อจากจุนอิจิ อินาโมโตะ (ลงสนาม 4 นัดรวมทุกรายการ ในฤดูกาล 2001-2002 ) และเรียว มิยาอิจิ (ลงสนาม 2 นัดรวมทุกรายการ ในฤดูกาล 2011-2012, ลงสนาม 5 นัดในฤดูกาล 2013-2014)

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังเป็นนักเตะสัญชาติเอเชียรายที่สี่ของทีมเดอะ กันเนอร์ส โดยแข้งชาวเอเชียอีกรายที่อยู่กับอาร์เซน่อลคือ พัค ชู ยัง หอกเลือดโสมขาว ในฤดูกาล 2011-2012 และ 2013-2014 โดยลงสนามตลอด 2 ฤดูกาลรวมทุกรายการทั้งสิ้น 7 นัด ทำได้ 1 ประตู

 

10. ทำไมต้อง เดอะ จากัวร์

ความเร็วและความแข็งแกร่งคือจุดเด่นของหัวหอกวัย 21 ปี เมื่อสามารถวิ่งในระยะทาง 50 เมตรโดยใช้เวลาเพียง 5.9 วินาทีเท่านั้น  (สถิติโลก 100 เมตร 9.69 วินาที) ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้เขาได้รับการขนานนามจากเพื่อนร่วมทีมและสื่อในประเทศว่า “เดอะ จากัวร์” สัตว์ร้ายที่มีความปราดเปรียวและความแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ทุกครั้งที่ยิงประตูได้ อาซาโนะจะแสดงอาการดีใจด้วยท่าตะปบเหยื่อเหมือนเสือจนกลายเป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวไปแล้ว

หรือ
เพื่อแสดงความคิดเห็น