ติดตาม Thaigunners ทาง Facebook Gunner Talk
กินกันไม่ลง : 4 เรื่องใหญ่ที่แฟนเห็นหลังเกมปืนเจ๊าจิ้งจอก
6153
21-8-2016
14:23:10

หลังจากที่เมื่อคืนนี้  จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเสมอกับ ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ไปแบบไร้สกอร์ นี่คือเรื่องใหญ่ 4 เรื่องที่แฟนๆ ต่างเห็นพ้องต้องกัน ซึ่งจะมีอะไรบ้าง ติดตามได้ที่นี่… 

 

1. “ใช้เงินบ้างเถอะ เวงเกอร์!”

เหล่าสาวกปืนใหญ่ที่ตามไปเชียร์ทีมรักถึงถิ่นคิงพาวเวอร์ได้ร่วมกันตะโกนบ่งบอกความต้องการของพวกเขาในช่วงท้ายเกมหลังจากที่ทีมรักของพวกเขากำลังถูกฝ่ายเจ้าบ้านกดดันเป็นอย่างหนัก

แฟนๆ อาร์เซนอลต้องตกอยู่ในวงจรเดิมที่ไม่น่าพอใจเท่าไหร่นัก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหน ต่างก็ต้องคิดเหมือนๆ กัน เพราะตลอด 90 นาทีในเกมเมื่อคืนนี้ สิ่งเดียวที่บรรดานักเตะของทีมทำคือการสกัดบอลออกจากเขตแดนอันตราย รวมทั้งการต้านทานเกมบุกของอดีตแชมป์เก่า ทว่าอาแซน เวงเกอร์ กุนซือใหญ่ของทีมกลับมองต่างจากแฟนบอลทั่วโลกที่ได้ดูเกมเมื่อคืนนี้ เขาบอกว่าลูกทีมของเขาสร้างโอกาสได้ดี เขาพอใจกับทีม ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่า ขงเบ้งเลือดน้ำหอมรายนี้มองคนละภาพกับแฟนๆ เลย

“ผมพร้อมจะจ่ายเงิน 300 ล้านปอนด์ถ้าหากผมเจอนักเตะที่ใช่  มันค่อนข้างน่าแปลกนะที่ผมต้องออกมาพูดเรื่องเงิน ผมให้ความเคารพกับนักเตะที่ลงสนามให้เราในวันนี้ ดังนั้นตอนนี้ผมบอกได้เพียงว่า ผมพร้อมจะทุ่มเงินซื้อใครก็ตามที่มีคุณภาพและสามารถเข้ามายกระดับทีมของเราได้” นายใหญ่แห่งแคมป์ปืนกล่าว

“แฟนบอลของเรามักจะถูกสื่อชักจูงได้ง่ายๆ เราพยายามจะตัดสินใจให้ดีที่สุด แต่ลองคิดดูสิ ไม่มีใครพูดถึง ร็อบ โฮลดิ้ง เลย เขาคือดาวรุ่งชาวอังกฤษวัย 20 ปีเท่านั้นนะ แต่โชคร้ายที่เขาไม่ได้มีค่าตัว 55 ล้านปอนด์ ก็เลยไม่มีใครสนใจเขา”

มันคงไม่ใช่ความผิดของ ธีโอ วัลคอตต์ ปีกความเร็วสูงของทีม ที่ไม่ได้เป็นยอดนักเตะที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับทีมได้ ทว่าจริงๆ แล้วอดีตแข้งทีมชาติอังกฤษรายนี้ (ผู้ที่อยู่ดีๆ ก็บอกว่าต้องการเล่นปีก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้บอกเสมอว่าต้องการเล่นกองหน้า) ก็มีจังหวะได้ลุ้นอยู่เหมือนกัน แต่ก็ดันไปยิงเบาเสียเหลือเกิน

 

 

ทัพเดอะกันเนอร์สจะต้องเล่นดีขึ้นอย่างแน่นอนในสัปดาห์หน้าถ้าพวกเขาได้ เมซุต โอซิล และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กลับมาฟิตสมบูรณ์ เพราะหลังจากที่เมื่อคืนนี้ สตาร์ 2 รายนี้ลงมาช่วงท้ายเกม มันเป็นเหมือนการเติมเต็มสิ่งที่อาร์เซนอลขาดหายไปยังไงยังงั้น

 

2. เลสเตอร์เลเวลอัพ

มันอาจจะเร็วไปสักหน่อยหากจะฟันธงตั้งแต่ตอนนี้ ทว่าเลสเตอร์ ซิตี้ก็ดูจะไม่ต้องพึ่งลูกสวนกลับซึ่งเป็นทีเด็ดเพียงอย่างเดียวของพวกเขาอีกแล้ว

เกมเมื่อคืนกับอาร์เซนอลสามารถบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเลสเตอร์พัฒนาขึ้นมาขนาดไหน จากเมื่อซีซั่นก่อนที่พวกเขาโดนทีมดังจากกรุงลอนดอนถลุงไป 5 ประตูจน เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือใหญ่ถึงกับต้องปรับทัพใหม่ ทว่าในเกมเมื่อคืนนี้ โดยเฉพาะครึ่งหลังทีมจิ้งจอกสยามดูจะครองบอลได้มากกว่า และดาหน้าเข้าใส่ผู้มาเยือนได้ดีทีเดียว แม้ว่าช่วงท้ายเกมจะมาเสีย นัมปาลิส เมนดี้ จากอาการบาดเจ็บ แต่พวกเขาก็ทำได้ยอดเยี่ยมอยู่ดี อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็กินกันไม่ลง แต่ก็เห็นได้ชักว่าลุกทีมของรานิเอรี่ดูจะทำได้ดีขึ้น

 

แน่นอนหลังจากที่เสียเอ็นโกโล ก็องเต้ กองกลางตัวเก่งไปให้กับเชลซี พวกเขาคงต้องปรับตัวกันยกใหญ่ การจะหาใครมาแทนนั้นคงจะเป็นเรื่องยากมากๆ ซึ่งเลสเตอร์ก็รู้เรื่องนี้ดี พวกเขาจึงไม่ได้พยายามหาตัวตายตัวแทนของก็องเต้ และเลือกใช้งานเมนดี้แทน ทั้ง 2 คนนี้มีความต่างกัน เมนดี้จะดูมีความละเอียดกว่า นิ่งกว่า และยังดูจะพร้อมสำหรับศึกแชมเปี้ยนส์ลีกมากกว่าอีกด้วย (ถ้าหากอาการบาดเจ็บของเขาไม่หนักมาก)

 

3. โฮลดิ้งทำได้ดีทีเดียว

เมื่อคืนนี้จิ้งจอกสยามได้ เวส มอร์แกน กลับมาจับคู่กับ โรเบิร์ต ฮูธ อีกครั้งหลังจากที่ในนัดแรกแข้งรายหลังถูกแบน ขณะที่อาร์เซนอลนั้นเปลี่ยนแปลงแผงหลังเล็กน้อย ซึ่งดีแล้วที่เวงเกอร์ไม่ได้ตัดสินใจใช้คู่เดิมจากเกมแพ้ลิเวอร์พูล โลร็องต์ กอสเซียลนีได้กลับมาประเดิมสนามเป็นที่เรียบร้อย โดยจับคู่กับเด็กหนุ่มวัย 20 ปีอย่างร็อบ โฮลดิ้ง ซึ่งค่อนข้างน่าแปลกใจเล็กน้อยที่เขาสามารถเอาชนะ คัลลัม แชมเบอร์ส ปราการหลังอีกรายที่ดูจะมีประสบการณ์มากกว่า  

ปราการหลังทั้ง 4 รายจากทั้ง 2 ทีมถือว่าทำผลงานได้ดีทีเดียว โดยทั้ง 2 คู่ต่างป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายเจาะประตูไว้ได้

ทว่าเรื่องที่ต้องพูดถึงคือโฮลดิ้ง กองหลังผู้ที่เวงเกอร์ยกมาพูดในการให้สัมภาษณ์หลังเกม “เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับเด็กหนุ่มที่ไม่เคยเล่นในพรีเมียร์ลีกมาก่อนเลย เขาต้องต่อกรกับยอดกองหน้าอย่างวาร์ดี้ ดังนั้นมันเป็นเรื่องดีสำหรับฟุตบอลอังกฤษนะที่เขาสามารถโชว์คุณภาพของเขาออกมาได้ในยามที่โอกาสมาถึง” กุนซือเลือกน้ำหอมกล่าว

 

กอสเซียลนีเองก็เช่นกัน เขาทำได้เป็นอย่างดีในการจัดการกับความเร็วของวาร์ดี้ ซึ่งดูแล้วการจับคู่ของคู่นี่ถือว่าทำได้ดีทีเดียว

 

4. ดริ้งค์วอเตอร์ท็อปฟอร์ม

ดริ๊งค์วอเตอร์อาจจะเกือบได้ไปเล่นฟุตบอล ยูโร 2016 ทว่าด้วยฟอร์มแบบนี้ เขาคงไม่ติดทีมของแซม อัลลาไดซ์ กุนซือคนใหม่ของทัพสิงโตคำรามหรอก (ประชด) 

สำหรับเกมเมื่อคืนนี้ ดริ๊งค์วอเตอร์คือผู้เล่นที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเจ้าตัวแสดงให้เห็นถึงฟอร์มอันยอดเยี่ยมด้วยเฉพาะการที่ทีมขาดสูญเสียกองกลางตัวหลักอย่างก้องเต้ไป

เมื่อคืนนี้ ดาวเตะวัย 26 ปีรายนี้วิ่งพล่านไปทั่วทุกมุมของสนาม เขาผ่านบอลสำเร็จมากกว่าใครๆ แถมยังมากที่สุดเป็นอับดัน 2 สำหรับการผ่านบอลเข้าพื้นที่สุดท้ายด้วย นอกจากนี้ ดริ๊งค์วอเตอร์ยังเป็นนักเตะที่แย่งบอลคืนได้มากที่สุดด้วย (14 ครั้ง มากกว่าอัน 2 ถึง 5 ครั้ง) และเข้าสกัดมากที่สุดร่วมอีกด้วย (6 ครั้ง)

 

 

มีรายงานว่าเลสเตอร์ใกล้ที่จะบรรลุสัญญาฉบับใหม่กับเจ้าตัวแล้ว ซึ่งนับเป็นข้าวดีสำหรับแฟนจิ้งจอกทั่วโลกเลยทีเดียว

 


 

หรือ
เพื่อแสดงความคิดเห็น