ติดตาม Thaigunners ทาง Facebook Gunner Talk
Review : ตัดเกรด 5 กุนซือตัวพ่อพรีเมียร์ลีกหลังผ่านครึ่งทาง
2586
1-1-2017
18:53:36

ฟุตบอลลีกอังกฤษผ่านไปแล้วครึ่งทางและนี่คือคะแนนความสามารถของ 5 เทรนเนอร์กึ๋นขั้นเทพที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในลีก

 

ศึกพรีเมียร์ลีกได้รับความสนใจจากแฟนบอลทั่วโลกเพิ่มเป็นทวีคูณในฤดูกาลนี้ เพราะนอกจากการขับเคี่ยวแย่งแชมป์ของสโมสรดังในลีกแล้ว ทุกคนยังจับตาดูการวัดกึ๋นกันระหว่าง 5 สุดยอดกุนซืออย่าง อาร์แซน เวงเกอร์, เยอร์เก้น คล็อปป์, โชเซ มูรินโญ, เป๊ป กวาร์ดิโอลา และ อันโตนิโอ คอนเต้ ว่าใครกันแน่คือขงเบ้งลูกหนังตัวจริงของยุคนี้

บางคนทำผลงานได้ดีเกินคาด, บางคนทำผลงานได้ตามมาตรฐาน และบางคนทำผลงานได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นเราจึงขอชำแหละผลงานและตัดเกรดความสามารถของพวกเขาทุกคน เนื่องในโอกาสที่การแข่งขันของลีกแดนผู้ดีดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้ว 


เป๊ป กวาร์ดิโอลา (แมนฯ ซิตี้)


นายใหญ่ชาวสแปนิชเข้ามารับตำแหน่งในถิ่น"เอติฮัด สเตเดี้ยม"ภายใต้ความคาดหวังสูงลิ่วจากสโมสรและแฟนบอล เนื่องจากผลงานอันเอกอุที่ฝากไว้กับ บาร์เซโลนา และ บาเยิร์น มิวนิค เขานำทีมออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมเก็บชัยชนะ 6 นัดรวด แต่หลังจากนั้นผลงานของทีมกลับแผ่วเอาชนะได้แค่เกมเดียวจาก 5 นัดต่อมา เป๊ปคือคนที่ต้องรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องเกมรับอันอ่อนยวบของทีม เมื่อนักเตะใหม่ที่เขาซื้อมาอย่าง เคลาดิโอ บราโว และ จอห์น สโตนส์ โชว์ฟอร์มน่าผิดหวังแถมยังเล่นผิดพลาดบ่อยครั้ง นี่คือเรื่องที่เขาต้องเร่งแก้ไขเป็นการด่วนในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง หากยังหวังประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้

กวาร์ดิโอลาพบกับความพ่ายแพ้ถึง 4 เกม จากโปรแกรม 19 นัดแรก นี่คือสถิติที่ย่ำแย่ที่สุดในการคุมทีมปีแรกของเขา ขณะที่เรือใบสีฟ้ารั้งอันดับ 3 ของตาราง แต่ตามหลัง เชลซี จ่าฝูงถึง 10 คะแนน แม้บางคนอาจมองว่ามันไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก เพราะนี่คือฤดูกาลแรกของเขากับพรีเมียร์ลีก แต่หากดูจากทรัพยากรในทีม, เงินทุนที่ใช้เสริมตัวผู้เล่น และระดับมันสมองของเขา เราต้องยอมรับว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา ทำผลงานได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

เกรด : B-


โชเซ มูรินโญ (แมนฯ ยูฯ)


โค้ชชาวโปรตุกีสคือเทรนเนอร์รายที่ 3 ของปีศาจแดงนับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน วางมือ เขาคือกุนซือที่การันตีเรื่องความสำเร็จ ไปคุมทีมไหนทีมนั้นต้องมีแชมป์ติดมือ ดังนั้นจงอย่าแปลกใจหากเขาจะกลายเป็นความหวังสูงสุดของสาวกเร้ดเดวิลส์ที่อยากเห็นทีมกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง แต่เขากลับนำยูไนเต็ดโชว์ฟอร์มสุดน่าผิดหวังเก็บชัยชนะได้เพียง 2 เกม จากโปรแกรม 11 นัด ในระหว่างเดือนกันยายนถึงต้นเดือนธันวาคม เมื่อผนวกกับผลงานสุดย่ำแย่กับเชลซีเมื่อฤดูกาลก่อน เขาจึงถูกหลายคนค่อนขอดว่าเขาไม่ใช่"เดอะ สเปเชียล วัน"อีกต่อไปแล้ว ปัญหาของมูรินโญในตอนนั้นคือเขายังไม่มี 11 ผู้เล่นตัวจริงในใจ เขาปรับทัพผู้เล่นแทบทุกเกมจนทีมขาดความเสถียร โดยเฉพาะในรายของ พอล ป็อกบา ที่เขายังหาตำแหน่งที่เหมาะสมกับความสามารถของนักเตะไม่เจอ

อย่างไรก็ดี มูรินโญยังใช้กึ๋นกอบกู้สถานการณ์ของแมนฯยูฯกลับมาได้ เมื่อสามารถแก้โจทย์ที่เป็นปัญหาข้างบนได้สำเร็จ พร้อมนำทีมเก็บชัยในลีก 5 นัดติดต่อกัน ทำแต้มไล่จี้ อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 เหลือแค่คะแนนเดียว แต่แข่งน้อยกว่า 1 เกม แต่หากมองภาพรวมผลงานของเขาเทียบกับเงินเสริมทัพแข้งใหม่มูลค่ากว่า 100 ล้านปอนด์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ต้องยอมรับการรั้งอันดับ 6 ของตาราง และถูกทีมจ่าฝูงทิ้งถึง 13 แต้ม มันไม่ใช่ผลงานที่น่าประทับใจนัก

เกรด : B-


อาร์แซน เวงเกอร์ (อาร์เซนอล)


เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสหมายมั่นปั้นมือว่าจะนำไอ้ปืนใหญ่คว้าแชมป์ลีกในปีนี้ให้ได้ เพราะนี่อาจเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขากับสโมสร หลังสัญญาฉบับปัจจุบันกำลังจะหมดลงในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลนี้ เขาเสริมผู้เล่นใหม่เข้ามาแบบตรงจุด เมื่อดึง ชโคดราน มุสตาฟี และ ลูคัส เปเรซ เข้ามาเสริมแนวรับและแนวรุกที่เป็นตำแหน่งที่ทีมมีปัญหามาตลอด ไอ้ปืนใหญ่ทำผลงานในช่วงเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก เมื่อเก็บได้เพียง 1 คะแนน จาก 2 เกมแรก แต่หลังจากนั้นพวกเขากลับสู่ฟอร์มเก่งคว้าชัย 6 นัดติดต่อกัน โดยเวงเกอร์สมควรได้รับเครดิตเรื่องนี้ไปเต็มๆ เพราะมันเป็นผลมาจากการดัน อเล็กซิส ซานเชซ ขึ้นไปยืนเป็นหน้าเป้า 

อย่างไรก็ดี อาร์เซนอลยังคงเป็นอาร์เซนอลวันยังค่ำ พวกเขายังคงขาดความสม่ำเสมอซึ่งเป็นคุณสมบัติของทีมที่จะเป็นแชมป์ การพลาดท่าแพ้ต่อ เอฟเวอร์ตัน และ แมนฯซิตี้ สองนัดติดต่อกัน นั่นทำให้โอกาสลุ้นแชมป์ของทีมลดลงทันที  เมื่อตอนนี้พวกเขาตามหลัง เชลซี จ่าฝูงถึง 12 แต้ม แม้ว่าจะแข่งน้อยกว่า 1 เกมก็ตาม เมื่อดูผลงานของเวงเกอร์ต้องยอมรับว่าเขายังรักษามาตรฐานของตัวเองเหมือนหลายปีที่ผ่านมา เริ่มต้นด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมจนถูกมองว่ามีลุ้นแชมป์ แต่สุดท้ายยืนระยะไม่ได้ทำได้เพียงจบอันดับท็อปโฟร์ เขาจำเป็นต้องแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้ หากอยากไปถึงเส้นชัยในปีนี้

เกรด : B


เยอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล)


ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากุนซือชาวเยอรมันคือคนที่นำความสุขและความสนุกตื่นเต้นกลับมาสู่สนามแอนฟิลด์อีกครั้ง เขาเข้ามายกระดับการเล่นของทีมอย่างรวดเร็วทั้งที่เพิ่งเข้ามารับงานเมื่อฤดูกาลก่อน ลิเวอร์พูลเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้ง บีบกดดันคู่แข่งเก่ง, ต่อบอลแม่นยำ และมีจังหวะเข้าทำที่รวดเร็ว แน่นอนว่าจุดเด่นเหล่านี้มาจากปรัชญาการทำทีมของคล็อปป์ ยิ่งกว่านั้นเขายังอ่านขาดรีดศักยภาพของนักเตะในทีมอย่าง คูตินโญ, ฟีร์มิโน และ ลัลลานา ออกมาถึงขีดสุดจนทำผลงานสุดท็อปฟอร์มในปีนี้ ขณะที่ผู้เล่นใหม่ที่เขาคว้ามาร่วมทีมอย่าง ซาดิโอ มาเน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม และ โจเอล มาติป ต่างทำผลงานได้อย่างน่าชื่นชมไม่แพ้กัน

เมื่อองค์ประกอบทุกอย่างลงตัวฟอร์มการเล่นของหงส์แดงก็ออกมาดีอย่างที่เห็น เมื่อพวกเขาเดินหน้าเก็บแต้มอย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะเกมในบ้านนั้นพวกเขาไม่เคยเสียท่าให้ใครแม้แต่นัดเดียว มีสถิติชนะ 7 เสมอ 2 ล่าสุดเพิ่งเฉือนแมนฯซิตี้ของกวาร์ดิโอลา 1-0 เมื่อคืนนี้ พร้อมยึดอันดับสองของตารางตามหลังจ่าฝูงอยู่ 6 คะแนน ได้ลุ้นแชมป์ลีกแบบจริงจังในฤดูกาลนี้ หากพูดถึงผลงานภาพรวมของคล็อปป์ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมมาก แต่หากจะมีจุดติสักข้อคงหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องเกมรับหละหลวม หากเขาแก้ไขปัญหาจุดนี้ได้ การรอคอยถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดตลอด 25 ปีที่ผ่านมาของเหล่าเดอะค็อป อาจสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคมปีหน้าก็เป็นได้

เกรด : B+


อันโตนิโอ คอนเต้ (เชลซี)


นายใหญ่ชาวอิตาเลียนต้องแบกรับความกดดันพอสมควรตอนรับตำแหน่ง เมื่อเขามีภารกิจต้องกอบกู้ชื่อเสียงของเชลซีกลับมาอีกครั้ง หลังสโมสรทำผลงานสุดน่าอับอายเมื่อปีก่อนร่วงลงไปจบอันดับ 10 ของตาราง ไม่ได้ไปเล่นแม้แต่ฟุตบอลยุโรป เขาเริ่มต้นงานได้สวยนำทีมเก็บชัยชนะตลอด 3 นัดแรก ก่อนเจอบททดสอบสำคัญเมื่อนำทีมเก็บได้เพียง 1 คะแนน จาก 3 นัดต่อมา โดยเฉพาะเกมบุกแพ้อาร์เซนอลแบบหมดรูป 3-0 ถือเป็นฝันร้ายของเขาเลยทีเดียว แต่ในความมืดมิดนั้นยังพอมีแสงสว่างอยู่บ้าง เมื่อเขาลองเปลี่ยนแท็คติคมาใช้ระบบ 3-4-3 ในครึ่งหลังของเกมที่"เอมิเรต สเตเดี้ยม" และใครจะไปรู้ว่านั่นเองคือจุดเปลี่ยนสำคัญของสิงโตน้ำเงินครามในฤดูกาลนี้ หลังจากนั้นคอนเต้ตัดสินใจยึดระบบดังกล่าวตลอด ผลปรากฎว่าสิงห์บลูกลายเป็นทีมติดปีกโชว์ฟอร์มสุดไร้เทียมทานทำสถิติชนะรวดในลีก 13 นัดติดต่อกัน เทียบเท่าสถิติสูงสุดตลอดกาลที่อาร์เซนอลทำไว้ในฤดูกาล 2001-02 กระหน่ำตาข่ายคู่แข่งไปถึง 32 ประตู, เสียเพียง 4 ประตู และรักษาคลีนชีตถึง 10 เกม พร้อมผงาดรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตารางทิ้ง ลิเวอร์พูล อันดับสองอยู่ 6 คะแนน

โค้ชชาวอิตาเลียนคือคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทีมในครั้งนี้  แท็คติคของเขาเพิ่มสมดุลทั้งในเกมรับและเกมรุกของทีมขึ้นทันตา เขารีดศักยภาพของ เอเด็น อาซาร์ ออกมาจนถึงขีดสุดจนส่งผลให้เกมบุกของทีมทรงประสิทธิภาพมาก เช่นเดียวกับ ดาวิด ลุยซ์ ที่กลายเป็นเทพไปเลยเมื่อมายืนในแผนปราการหลัง 3 คน ยิ่งกว่านั้นเขายังแสดงสายตาเฉียบแหลมจับแข้งที่ส่อหมดอนาคตในทีมอย่าง วิคเตอร์ โมเสส มายืนเป็นวิงแบ็คฝั่งขวา จนกลับมาแจ้งเกิดกับทีมชนิดไม่มีใครคาดคิด คอนเต้เรียกความมั่นใจที่เหือดหายไปเมื่อปีก่อนกลับมาสู่ทีมอีกครั้ง หากพิจารณาผลงานของเขาในปีนี้คำว่า"สมบูรณ์แบบ"นั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย

เกรด : A

 

CREDIT : http://www.goal.com/th

หรือ
เพื่อแสดงความคิดเห็น