ติดตาม Thaigunners ทาง Facebook Gunner Talk
5 เคล็ด (ไม่) ลับฉบับ อูไน เอเมอรี่ ปลุก ปืนโต คืนชีพ
2948
10-10-2018
15:59:52

เชื่อว่าเดิมทีสาวก เดอะ กันเนอร์ส ไม่คาดหวังกับฤดูกาลนี้ เพราะซัมเมอร์ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่คุมทัพมาอย่างยาวนาน 22 ปีอำลาไป โดยเป็น อูไน เอเมอร์รี่ ที่ถูกดึงเข้ามาแทน


ทุกคนอยากเห็นเพียงแค่ อาร์เซนอล เปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ หลังจากยึดติดกับแนวทางเดิมๆ ของ เวนเกอร์ มาอย่างยาวนาน ซึ่งหลังจากออกสตาร์ท พรีเมียร์ ลีก แบบกร่อยๆ แพ้ 2 นัดรวด ตอนนี้เริ่มเห็นแสงสว่างจากผลงานชนะ 6 นัดรวดตามหลังจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียงแค่ 2 แต้ม


ดังนั้นเบื้องหลังผลงานดังกล่าวเรามาลองดูกันว่า อาร์เซนอล ในยุคของ เอเมอรี่ มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างราวๆ 5 ข้อดังต่อไปนี้


1. ซ้อมให้หนักเข้าไว้

เอเมรี่ยึดเอาแนวทางเดียวกันกับ ลิเวอร์พูล ของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ มาใช้ในพรีเมียรลีค เพื่อให้ไล่บอลได้ตลอด 90 นาที เอเมรี่ได้เพิ่มโปรแกรมซ้อมให้หนักมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งการตั้งโรงยิมเวทเทรนนิ่งไว้ใกล้สนามซ้อม และเพิ่มโปรแกรมสำหรับช่วงบ่าย (ปกติทีมอื่นซ้อม เช้า-เย็น) แถมหนึ่งวันก่อนเกมที่มีแข่งในบ้านตัวเองก็จะซ้อมที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม


 

2. ไม่มีซุปตาในสายตาฉัน

ด้วยความที่ เอเมอรี่ มาใหม่ และแทบไม่รู้จักนักเตะ อาร์เซนอล ทำให้ไม่มีใครเป็นซุปเปอสตาร์เหนือใคร ทุกคนเท่ากันหมดในสายตาเขา ถึงแม้ว่าจะมีการประกาศให้รับรู้ถึงตัวหลักๆที่จะเป็นแกนกลางของทีมของเขาก็ตาม แต่หากว่าใครเล่นไม่ดี ใครโชว์ฟอร์มแย่ เอเมรี่จะเข้าไปคุยกันกับนักเตะตรงนั้นเลยทันที และกล้าที่จะดร็อปได้ทุกเมื่อหากไม่ดีขึ้น ซึ่งสมัย เวนเกอร์ จะยังมีการเกรงใจ ยึดติด และไว้วางใจในนักเตะที่ตัวเองมั่นใจมากจนเกินไป


 

3. เล็กๆน้อยไม่ปล่อยผ่าน

หลังจากการเข้ามาของบอสชาวสแปนิช เขาได้จัดการสั่งห้ามนักเตะดื่มเครืองดื่มที่มีน้ำตาลสูงๆระหว่างการซ้อมแม้กระทั่ง น้ำส้มคั้น ที่เคยดื่มกันมาตลอด แม้ว่าจะมีประโยชนกว่าเครืองดื่มประเภทน้ำอัดลมก็ตามแต่ก็มองว่ามีปริมาณน้ำตาลที่สูงจนเกินจำเป็นสำหรับนักกีฬาของเขาอยู่ดีนั่นเอง แถมเอเมรี่ยังสั่งให้มีการเช็คปริมาณน้ำตาลในร่างกายของนักกีฬาอย่างสม่ำเสมออีกด้วย


 

4. คิดใหม่ทำใหม่ กล้าลองกล้าใช้

เอเมรี่ออกมาพูดผ่านสื่อหลายครั้งว่า เขาเปิดกว้างเสมอกับแผนการเล่นของทีม และไม่ปิดกั้นที่จะให้โอกาสกับสมาชิกในทีมที่ปรับตัวเข้ากับแนวทางของเขาได้ และในตอนนี้สิ่งที่เขาพูดเขาก็ทำมันจริงๆ เมื่อช่วงต้นฤดูกาลเขาให้โอกาส มัตเตโอ เกวนดูซี่ และ เอมิล สมิธ โรว์ ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามอง อีกทั้งการปรับบทบาทของ อาร่อน แรมซี่ย ให้ขึ้นทำเกมบุกเต็มตัวจนโดดเด่นอย่างชัดเจน และสิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดก็คือการจับคู่กองหน้า ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยอง กับ อเล็กซานเดอร์ ลากาแซตต์ ให้ประสานร่วมกันได้เป็นอย่างดี จนในตอนนี้ในลีก 8 นัดพวกเขาทั้งคู่ยิงรวมกันไปแล้ว 19 ประตูเป็นรองแค่ แมนฯซิตี้ ที่ทำไปมากที่สุด 21 ประตู


 

5. เปิดใจฟังทุกปัญหาของนักเตะ

เอเมรี่ซื้อใจนักเตะด้วยการเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของทุกๆคน ซึ่งถือเป็นการกำชับความสัมพันธ์ที่ดีและช่วยขับเคลื่อนทีมไปข้างหน้า โอบาเมยอง เคยให้สัมภาษณ์ว่า เอเมรี่ นั้นเป็นเหมือนพี่ชายที่คุยปรึกษากันได้ทุกเรื่องแม้กระทั่งเกี่ยวกับภายนอกสนาม ซึ่งอาจจะเพราะว่าอายุของกุนซือชาวสเปนรายนี้แค่ 46 ปีเท่านั้นจึงทำให้เขาสามารถรับรู้และเข้าใจสิ่งที่นักเตะพยายามจะบอกเขาได้ง่ายมากกว่าเวนเกอรนั่นเอง

หรือ
เพื่อแสดงความคิดเห็น