บทความ : ชั่วโมงสุดท้ายของเวนเกอร์
TG.Thaigunners@gmail.com
+6696-293-9839

COLUMNISTS

บทความ : ชั่วโมงสุดท้ายของเวนเกอร์

963 16-3-2016 Share

บทความที่เกิดขึ้นจากการตั้งคำถามถึงศักยภาพของผู้จัดการทีมปืนใหญ่อย่างอาร์แซน เวนเกอร์ ว่านี่อาจเป็นซีซั่นสุดท้ายที่เหมาะสมที่จะทำทีมของเขาแล้วหรือเปล่า?

อีกหนึ่งสัปดาห์ที่น่าผิดหวังสำหรับสาวกปืนใหญ่ ซึ่ง ณ เวลานี้ ความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าถูกเปลี่ยนเป็นความตลกไปเสียอย่างนั้น
 
อาร์เซนอลตกรอบเอฟเอ คัพด้วยน้ำมือของวัตฟอร์ดในบ้านของพวกเขาเอง ขณะที่เตรียมเดินทางไปเล่นกับบาร์เซโลนา ว่าที่ทีมเต็งแชมป์รายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก หลังจากที่นัดแรกแพ้มา 0-2 ในบ้าน 
 
....มืดมนครับ

ว่ากันตามตรง พูดกันให้ตรงประเด็น อาร์แซน เวนเกอร์เพิ่งสูญเสียการคอนโทรลของเขาเองในห้องแต่งตัว อาจอนุมานได้ว่าผู้เล่นของเขาทุกคนต่างยกธงขาวให้กับฤดูกาลนี้แล้ว ไม่มีแรงกระตุ้น ไม่มีความกระหาย ไม่มีความอยากในชัยชนะ
 
แน่นอนว่าการแข่งขันในฤดูกาลนี้ยังไม่จบลง แต่คงต้องใช้คำว่า “มากกว่าปาฏิหาริย์” ที่จะปรับเปลี่ยนทุกอย่างให้กลับมาเข้าทางอาร์เซนอลอีกครั้งในทุกๆ การแข่งขันที่เหลืออยู่ของซีซั่นนี้
 
ปืนใหญ่จะเดินทางไปยังคัมป์ นูเพื่อเล่นกับบาร์เซโลนาในคืนวันพุธ แน่นอน... เหมือนรถตุ๊กตุ๊กวิ่งเข้าใส่รถสิบล้อ ลึกๆ แล้วนักเตะหลายคนอาจมองว่าแทบไม่มีโอกาสเป็นไปได้เลยที่จะผ่านเข้ารอบ พวกเขาอยู่ในภวังค์ที่กดดัน จากนั้นก็กลับมาเล่นกับเอฟเวอร์ตัน ที่เพิ่งมั่นใจสุดๆ ในการเอาชนะเชลซีมาหมาดๆ ในเกมเอฟเอ คัพ 
 
ดูจากตารางการเดินทาง อาร์เซนอลจะบินกลับมาจากบาร์เซโลนาแล้วลงซ้อมกันในวันศุกร์ ก่อนที่จะตีรถขึ้นไปเมอร์ซีย์ ไซด์เพื่อพักโรงแรมที่ลิเวอร์พูลในคืนนั้นแล้วลงเกมกับเอฟเวอร์ตันในวันเสาร์ ขณะที่ขุนพลท็อฟฟี่ได้พักยาวแบบเต็มๆ
 
ดีไม่ดี ก็อาจจะเป็นอีกสัปดาห์ที่แพ้รวด...
 
ซึ่งมันคงเป็นอีกหนึ่งอาทิตย์ ที่เสียงเรียกร้องและกระแส “WENGER OUT” จะยังคงทะลุจุดเดือดในทุกหย่อมหญ้าของชาวแฟนานุแฟนอาร์เซนอล


เอาเข้าจริงๆ เมื่อเรามองถึงอนาคตของบอสอย่างเวนเกอร์ ผมว่าเทรนเนอร์ของอาร์เซนอลกำลังอยู่บนทางแยกระหว่างทางเลือก 2 ทาง
 
คือ 1. เวนเกอร์อาจต้องยอมรับว่าผู้เล่นทุกคนอาจจะไม่ได้เล่นเพื่อเขาแล้ว วิธีการ ทัศนคติ หรือมุมมองที่มีต่อการทำทีมมันอาจจะโอลด์แฟชั่นเกินไป ซึ่งเขาอาจต้องรื้อวิธีคิดใหม่หมด ซึ่งในวัย 67 มันยากมากๆ สำหรับทุกอย่าง ณ เวลานี้
 
หรือ 2. เลือกที่จะลาออก ยอมรับโดยสดุดีว่าเขาพาสโมสรมายังจุดที่ไกลเกินกว่าที่จะคว้าความสำเร็จได้แล้ว อาจขึ้นไปเป็นตำแหน่งที่สูงขึ้นหรือต่างๆ อาร์เซนอลยังยอมรับและแน่นอน เขาคือตำนานของที่นี่
แต่ที่น่าสนใจก็คือ ในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ เขาจะเลือกทำอย่างไร? ระหว่างเสริมทัพอย่างชาญฉลาด สร้างทีมขึ้นมาใหม่ด้วยนักเตะระดับท็อปให้เหมาะสมกับชื่อชั้นของทีม หรือไม่คิดจะซื้อใครเพิ่มและนั่งคุมทีมให้แฟนๆ ด่ากันต่อไปในเรื่องเดิมๆ 
 
แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องที่น่ากังวลกว่าคือ ผู้จัดการทีมอย่างเวนเกอร์นั้นไม่มีความน่าเกรงขามในการคุมทีมอีกต่อไป ถ้าคุณกวาดสายตาไปรอบๆ พรีเมียร์ลีกในซีซั่นหน้าคุณจะเห็นโปเชตติโน, คล็อปป์, มูรินโญ หรือกวาร์ดิโอลาที่ตระหง่านตาอยู่ ซึ่งถ้าคุณเป็นนักเตะระดับท็อป คุณควรจะไปหาใครดี ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเวนเกอร์จะอยู่ในข่ายกุนซือชั้นนำนี้หรือเปล่า เมื่อเขาพาลูกทีมมือเปล่ามาหลายต่อหลายซีซั่นเหลือเกิน
 
มันไม่ใช่แค่นั้น เพราะถ้าคุณมองตารางคะแนนดีๆ ทีมอย่างเวสต์แฮมตามหลังอาร์เซนอลเพียง 3 คะแนน และพวกเขากำลังฟอร์มร้อนแรง, ยูไนเต็ดเองก็ไม่ไกล ขณะที่ทีมอย่างแมนฯ ซิตี้จ่อตูดเพียง 2 แต้มและกำลังกระหายในชัยชนะ ส่วนอาร์เซนอลเหมือนปลาโดนไฟฟ้าช็อต ค้างเติ่งอยู่ที่ 3 แต้มไม่ขยับมานาน ปล่อยให้ทีมอย่างสเปอร์ส และเลสเตอร์แสดงอิทธิปาฏิหารย์กันอย่างครื้นเครง
 
หลายคนอาจบอกว่า “คว้าอิบราฮิโมวิชมาเลยสิ อาร์เซนอลควรมีนักเตะระดับท็อปมาร่วมทีมบ้าง” แน่นอนครับ ซลาตันคือนักเตะชั้นยอด ไม่ปฏิเสธเลย แต่ในวัย 34 ของเขา มันไม่ใช่เรื่องง่ายกับพรีเมียร์ลีกเหมือนที่ใครอนุมานกัน แล้วถ้ามองกันให้ดี อาร์เซนอลเองก็เต็มไปด้วยนักเตะระดับท็อปไม่ใช่หรือ?


นักเตะชุดแชมป์โลก, แชมป์ยูโร, แชมเปี้ยนส์ลีก, แชมป์ลาลีกา แต่ทำไมเราถึงไม่ประสบความสำเร็จ อันนี้น่าสนใจ
 
เราอาจไม่ได้ต้องการนักเตะระดับท็อป แต่เราคงต้องการผู้จัดการทีมที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ก็เป็นได้ น่าเศร้าที่ต้องพูดนะครับ
 
เราอาจต้องยอมรับว่าเวนเกอร์ไม่ใช่ผู้จัดการทีมที่ทรงพลังเหมือนสมัยหลายปีก่อนแล้ว เขาไม่สามารถพาทีมคว้าถ้วยแชมป์กว่า 12 ปี ไม่เคยผ่านรอบ 16 ทีมสุดท้ายของแชมเปี้ยนส์ลีกมา 6 สมัย ไม่เคยคว้าถ้วยระดับยุโรป เขาติดขัดกับช่วงปลายฤดูกาลที่หาสาเหตุไม่ได้สักที และในขณะนี้ เขาปล่อยให้ทีมอย่างสเปอร์สและเลสเตอร์โชว์ฟอร์มเฉิดฉาย ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นซีซั่นที่ง่ายที่สุดสำหรับอาร์เซนอลด้วยซ้ำไป!
 
จะว่าไปก็น่าหดหู่นะครับ เขากำลังสูญเสียความมั่นใจ สูญเสียศรัทธาจากแฟนๆ จากผู้เล่นในทีม และถ้าทุกอย่างมือเปล่าในซีซั่นนี้ เขาก็คงสูญเสียความมั่นใจจากบอร์ดบริหาร (บ้าง)
 
ลองคิดดูว่านี่เป็นฤดูกาลที่น่าช้ำใจแค่ไหน ถ้าเวนเกอร์ไม่สามารถคว้าโทรฟี่พรีเมียร์ลีกมาครองได้ ทุกทีมต่างพร้อมใจกันฟอร์มตก ทั้งเชลซี, ซิตี้ หรือยูไนเต็ด และอาร์เซนอลมีศักยภาพทางการเงินที่เพียบพร้อม มีทั้งอย่างที่พร้อม มีกองเชียร์ที่ดี มีศักดิ์ศรีและเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเป็นแชมป์
 
แต่ทุกอย่างทำไมมันดูยากไปหมด ฟอร์มตกแบบสม่ำเสมอและอาร์เซนอลก็ไม่สามารถผ่านเข้าไปป้องกันแชมป์เอฟเอสมัยที่ 3 ติดต่อกันได้ด้วยน้ำมือของวัตฟอร์ดคาบ้านของพวกเขาเอง
 
หลายคนบอกว่าเวนเกอร์เหมือนชายล้าหลังที่อยู่ในยุคดิจิตอล เขาไม่ยอมรับสิ่งใหม่ๆ และยังคงเชื่อในวิธีการของเขา ที่มันอาจจะดีเมื่อ 10-20 ปีที่แล้ว แต่ ณ ปัจจุบันที่โลกเปลี่ยนไป มันไม่ใช่
 
นี่อาจเป็นชั่วโมงสุดท้ายที่เหมาะสมที่จะประกาศวางมือ ก่อนที่ทุกอย่างของเขาจะดูแย่ไปกว่านี้ ก่อนที่ภาพทรงจำดีๆ จะถูกลบเลือนด้วยเรื่องราวสุดช้ำใจตลอดกว่า 12 ปีที่ผ่านมา
จนกว่าจะพบกันใหม่...ถ้าไม่มีปาฏิหาริย์ที่คัมป์ นูในคืนนี้
 
โชคดีครับเวนเกอร์

http://www.fourfourtwo.com/th/features/fft-focus-chawomngsudthaaykhngewnekr#:OQ3G0BpsLf9vuQ

ติดต่อโฆษณา : TG.Thaigunners@gmail.com PHONE : 096 443 2589

THE HONOUR

FACEBOOK : GUNNERTALK

EMAIL : TG.Thaigunners@gmail.com

TEL : +6696-293-9839